เมื่อมองไปที่สถานการณ์การตลาดระดับสากล กรณีศึกษาของบริษัทระดับโลกมักมีบทเรียนที่น่าสนใจเสมอ หากจะพูดถึงการปรับตัวครั้งสำคัญ ต้องยกให้กรณีของ Diageo
เจาะลึกวิกฤตที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ต้องสั่นคลอน
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของ Diageo เคยเป็นที่อิจฉาของคู่แข่ง แต่ความจริงอันโหดร้ายกลับปรากฏขึ้นเมื่อราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 30% here
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ Diageo ต้องรีบปรับตัวมีดังนี้:
- การวางกลยุทธ์ที่ผิดพลาด: บริษัทเน้นขายสินค้าพรีเมียมในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว
- ความล่าช้าในการปรับตัวตามกระแสโลก: การตัดสินใจที่ล่าช้าทำให้เสียส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสินค้าใหม่
- ปัญหาด้านการปฏิบัติการ: แม้แต่แบรนด์หลักอย่าง Guinness ยังขาดแคลนสต็อก
การมาถึงของ "เดฟที่โหดเหี้ยม" และปฏิบัติการผ่าตัดองค์กร
เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน การดึงตัว Dave Lewis ผู้เชี่ยวชาญการกู้ชีพองค์กรมาเป็นผู้นำคือทางออก ภารกิจของเขาคือการปรับโครงสร้างที่เจ็บปวดแต่จำเป็น
แนวทางการทำงานของเขาเน้นที่ความรวดเร็วและความคล่องตัว:
- การล้างบางผู้บริหารชุดเดิม: การลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนโดยการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล
- การปรับโครงสร้างภูมิภาคใหม่: การลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานอิสระเพื่อความคล่องตัว
- การกระจายอำนาจการตัดสินใจ: Lewis ต้องการให้ผู้จัดการในแต่ละประเทศตัดสินใจได้เองตามสถานการณ์จริง
สรุปแนวคิดการบริหารที่ได้จากวิกฤตครั้งนี้
จากเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของ Diageo เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ดังนี้: ข้อแรก อย่าหลงระเริงกับชัยชนะที่ผ่านมา โลกที่เปลี่ยนไปต้องการกลยุทธ์ใหม่เสมอไม่ว่าคุณจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม
สองคือการควบคุมปัจจัยภายในให้แข็งแกร่งสำคัญกว่าการโทษสิ่งแวดล้อม ความล้มเหลวในการอ่านเทรนด์ตลาดคือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบโดยตรง
ข้อที่สาม ความกล้าหาญในการตัดสินใจคือหัวใจของการอยู่รอด ผู้บริหารที่เก่งต้องกล้าทำในสิ่งที่ยากเพื่อรักษาส่วนรวมเอาไว้
ข้อสี่ การตอบสนองที่รวดเร็วชนะทุกสิ่ง ในโลกที่ขยับเร็ว ใครที่ขยับตัวได้ก่อนย่อมมีโอกาสชนะมากกว่า
แม้การปฏิรูปจะเริ่มขึ้นแล้วแต่ความท้าทายยังคงรออยู่ ด้วยทรัพยากรและมูลค่าแบรนด์ที่มีอยู่ เชื่อว่าเราจะได้เห็นการฟื้นตัวที่น่าประทับใจในไม่ช้า